3 Mega Trend ที่บ้านและคอนโดไทย หลังปี 65 ต้องมี

จากงานวิจัยและที่ปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด พบว่าแนวโน้มความต้องการพัฒนาที่อยู่อาศัยและงานบริการในปี 2565 ที่พฤติกรรมผู้บริโภค จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยลำดับความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาพมาเป็นอันดับแรกๆ นอกเหนือจากทำเลแล้ว มีความต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น ในการทำงาน Work from Home และรับเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนให้กับอยู่ทั้งบ้านและคอนโด มีความสะดวกสบายมากขึ้น

สรุปออกมาเป็นแนวโน้มสำหรับการพัฒนาที่ยู่อาศัยในปี 2565 ที่การออกแบบต้องให้ความสำคัญใน 3 Mega Trends ที่ทุกๆโครงการควรมี

1.สุขอนามัยปลอดภัย สมบูรณ์แข็งแรงต้องมาก่อน
2.หมดยุค WorkHard Play Hard ใช้ชีวิตและการทำงานอย่างสมดุล
3.นำเทคโนโลยีมาใช้ทุกจังหว่ะ

ข้อแรก ไม่ต้องสงสัยที่ “สุขอนามัยที่ดี” จะมาก่อน ทั้ง COVID-19 ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อาการร้อน ฝน แดด ทำให้ผู้คนตระหนักว่าที่เราอยู่จะป้องกันและจัดการเชื้อโรคได้อย่างไรให้ได้มากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพทางกายและจิตใจมองสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โดยมีมาตรฐานระดับโลกให้เราทำตาม คือ WELL Building Standard จาก International WELL Building Institute หรือ ชื่อย่อ “IWBI” แนวทางการออกแบบ 10 ด้าน ที่ให้ความสำคัญทั้ง อากาศ น้ำ โภชนาการ แสงสว่าง การเคลื่อนไหว สภาวะ เสียง วัสดุก่อสร้าง จิตใจ สิ่งแวดล้อมและชุมชน

ตัวอย่าง เช่น การออกแบบ ทิศทางการระบายลม อุณหภูมิ การใช้พลังงานสะอาด ช่วงโดนแสงธรรมชาติ มีสวนปลูกพืช ผักสวนครัวเล็ก ๆ หรือ มีส่วนสัตว์เลี้ยงส่งเสริมสภาพจิตใจ ทางเดินหรือบันไดให้ใช้ง่าย ปลอดภัยทุกวัย วัสดุลดเสียงรบกวน ปลูกต้นไม้กันฝุ่น กันเสียง หรือแม้กระทั่งความสูงความลาดเอียงทาเดินแบบ Universal ทิ้งขยะแบบรีไซเคิล ฯลฯ

ข้อสอง รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปเป็น Smart- Balance Living เพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ในวันที่ทุกคนถูกจำกัดให้ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านหรือคอนโด ต้องทำงานที่บ้าน และไม่สามารถออกไปใช้พื้นที่สาธารณะได้ ทำให้คนกลับมาสนใจพื้นที่บ้านของตัวเองมากขึ้น จึงเกิดการใช้งานใหม่ๆ ตั้งแต่มุมพักผ่อนไปจนถึงห้องนั่งเล่น มุมทำงาน มุมส่วนตัว มุมออกกำลังกาย ในพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น

ดังนั้น เทรนการออกแบบที่พักอาศัยที่มีพื้นที่ยืดหยุ่นได้ ปรับเปลี่ยนได้ ตามความต้องการใช้งาน มากกว่าเพียงใช้นอนแล้วออกไปทำงาน ให้เป็นไปตามไลฟ์สไตล์ เช่น สามารถปรับห้องเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ ขายของ จัดสวน เก็บของ หรือทำงานอดิเรกต่าง ๆ ในแต่ละมุมแต่ละส่วนมากขึ้น

การสำรวจความต้องการพบว่าเทรน จำนวนห้องชุดต่อโครงการ ต่อชั้นไม่มาก ไม่พลุกพล่าน ลดความแออัด ต้องการพื้นที่ Co-living Space สำหรับทำงานในพื้นที่ส่วนกลางมากเกือบ 80% ของผู้สำรวจ โดยออกแบบให้มีการเว้นระยะห่างจากกันมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว แล้วมีบริการครบในโครงการ เช่น ร้านอาหาร ซักผ้า รับส่งพัสดุ บริการช่วยดูแลเด็ก ผู้สูงอายุรายวัน รายชั่วโมง บริการพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ บริการล้างรถถึงบ้าน บริการนวด รวมไปถึงบริการอื่นๆที่สอดคล้องกับเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพ ลดการเดินทาง การพบปะและการสัมผัส

ข้อสาม รับเทรน Metaverce Virtual-Connecting จากงานเขียน 10 Digital Transformation Trends จาก Forbes ก็ได้เสริมถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนเดียวกับเราในอนาคตอันใกล้ เช่น Smart Cars and Cities รถพลังงานไฟฟ้า จุดชาร์จรถไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น การเชื่อมต่อระหว่างรถกับเมืองด้วย IOT เช่น Google Home Alexa ใช้แอปพลิเคชันและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้าน เพิ่มความสะดวกสบายได้แม้กระทั่ง เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลควบคุมงานระบบอาคาร กล้องวงจรปิด เตือนภัย ควบคุมการใช้พลังงานที่ช่วยประหยัด ฯลฯ ซึ่ง 10 Trend Technology มอะไรบ้างนั้น Admin จะนำมาให้ชมคราต่อไปนะครับ เกรงจะยาวไป

ตั้งแต่ปี 2565 เราจะได้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาบ้านและคอนโด รวมถึงงานบริการ ที่ให้ความสำคัญกับ 3 Mega Trends ยกระดับการอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป โครงการไหนที่ปรับตัวได้ก่อนก็ตีกลับขายได้ขายดีก่อนแน่นอนนะครับ

—————————————————————

#OkasAgency #โอกาสเอเจนซี่ #ให้โอกาสเราสร้างโอกาสคุณ #ลงทุนแบบยืดหยุ่น #รับผลตอบแทน100% #ลงทุนคอนโด #ลงทุนปล่อยเช่า

???? Website : www.okasagency.com
???? Line ID : @okasagency
✉️ Email : [email protected]
???? Tel : 098 261 9797

Join The Discussion

Compare listings

Compare
Search
Price Range From To
Other Features