fbpx

ลงทุนกับประกันฯ เรื่องที่หลายคนมองข้าม

คนไทยเพิ่งหันมาลงทุนประกันชีวิต และจ่ายเงินเพื่อสุขภาพ ก็ช่วง 64 ก่อนหน้านี้รับสายขายประกันจะรีบวางหูทันที แต่ครานี้กลับรอโทรศัพท์ ช่วยมาขายฉันที

คนไทยจ่ายเงินเพื่อ “สุขภาพ” รวมถึง “ประกันชีวิต” ที่สะท้อนการวางแผนการเงินยังน้อยมากและไม่ค่อยรับมือเกี่ยวกับสุขภาพแบบคาดไม่ถึง เมื่อเทียบกับ ประเทศที่มีการทำประกันสุขภาพมากที่สุดอย่าง

อันดับที่ 1 สหรัฐอเมริกา 1,280,443 ล้านเหรียญ
อันดับที่ 2 ญี่ปุ่น 479,762 ล้านเหรียญ
อันดับที่ 3 อังกฤษ 351,266 ล้านเหรียญ
อันดับที่ 4 จีน 328,439 ล้านเหรียญ
อันดับที่ 5 ฝรั่งเศส 270,520 ล้านเหรียญ

ซึ่งโดยเฉลี่ยจะตั้งงบการจ่ายประกันและสุขภาพถึง 25 – 30% โดยเฉลี่ย

ส่วนประเทศไทย อยู่ที่อันดับ 31 ของโลก โดยภาพรวมอยู่เพียง 21,696 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 650,000 ล้านบาท เท่านั้น

แต่เมื่อหลังจากที่มีการระบาดของ “โควิด-19” สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ให้ข้อมูล ณ วันที่ 22 เม.ย. 64 พบว่า

“ยอดขายประกันโควิด” เพียง 4 เดือนในระบบมีจำนวนทั้งสิ้น 13.8 ล้านกรมธรรม์คิดเป็นเบี้ยประกันรับรวม 5,925 ล้านบาท โดยยอดเคลมประกันแล้วรวม 195 ล้านบาท

แต่เฉพาะเดือน เม.ย. 64 มียอดขายประกันโควิดสูงถึง 3.15 ล้านฉบับ

ทำไมคนไทยไม่ค่อยทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ ?

จากการสรุปจากตัวเลขการสำรวจของ EIC (Economic Intelligence Center) พบว่า ตัวแปรอันดับ 1 คือ รายได้ของครอบครัว ครัวเรือนไทยมีรายจ่ายประกันชีวิตเพียง 8.9% ของครัวเรือนทั้งหมด จากสถิติ โดยเป็นครัวเรือนที่มีรายได้ไม่สูงกว่า 30,000 บาท
มีสัดส่วนการทำประกันชีวิต และครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่านั้นจะมีเพียงการจ่ายค่าสุขภาพและประกันชีวิตของหน่วยงานรัฐขั้นพื้นฐานเท่านั้น

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ

“ค่ารักษาพยาบาลในไทย มีการเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ และมีอัตราเฉลี่ย 7-8% ต่อปี” ซึ่งสูงกว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยที่ 3% แสดงว่าค่ารักษามีแนวจะเพิ่มขึ้นกว่ารายได้เสียอีกนะครับ

ตัวแปรอันดับ 2 คือ ทัศนคติต่อการมองการทำประกันและการดูแลสุขภาพว่า”ไม่สำคัญ” ซึ่งอาจจะมีหลายสาเหตุ เช่น ยังมีสุขภาพแข็งแรงดี อายุยังน้อย หรือมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ซึ่งเมื่อโควิดมา ก็ได้สร้างมุมมองเรื่องโรคภัยและสุขภาพมากขึ้น และประกันก็จะไม่รับทำเมื่อตรวจพบโรคแล้ว

ตัวแปรอันดับ 3 ขาดการหาความรู้และเข้าใจเรื่องโรคภัยต่าง ๆ ที่มากพอ หากไม่ใช่คนใกล้ชิด ความรู้ เรื่องเจ็บป่วย โรคเรื้อรัง โรคร้าย หรือแม้แต่โรคระบาด เป็นข่าวดัง จะรับสารเพียงโฆษณาเท่านั้น ป่วยก็รักษา แต่อาการป่วยบางประเภทรักษาต้องใช้เงิน เวลา และทรัพยากรมากกว่ามาก และก็อาจกลับมาไม่เหมือนเดิม หรือสภาวะฉับพลันที่การตามรักษาหลังป่วยเกินรักษาให้เหมือนเดิมได้

ตัวแปรอันดับ 4 ทัศนคติต่อการมองธุรกิจประกัน
ประกันจ่ายไปไม่ได้ใช้ ?
ประกันชอบหาเรื่องไม่จ่าย ?
จ่ายค่าประกันแพงและไม่คุ้มสิ่งที่เสียไป ?
ชอบโทรมาบังคับขายและไม่คุ้มครอง?
มีประกันสุขภาพและประกันชีวิตไปทำไม เพราะไม่ได้ใช้?

สิ่งที่น่ากังวลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัญหาสุขภาพ คือปัญหาทางการเงินเมื่อเจ็บป่วย ต้องรักษา หรือต้องนอนโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็น “ค่ารักษาพยาบาล” ที่จะต้องจ่าย และการ “ขาดรายได้” เมื่อเจ็บป่วย

จุดประสงค์หลักของการทำ “ประกันสุขภาพ” และ “ประกันชีวิต”คือการทำหน้าที่เป็นเงินสำรองที่ไม่คาดคิด เป็นนวมกันเจ็บหนัก จ่ายหนัก เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อุบัติเหตุ โรคร้ายเฉียบพลัน โรคเรื้อรัง และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่ไม่มีใครอยากจะพบ

จากข้อมูลการทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตของประเทศที่ทั้งมีสวัสดิการรัฐแล้วข้างต้น มุมมองของประเทศดังกล่าว มองว่า ประกัน คือส่วนหนึ่งของการ “วางแผนทางการเงิน” หรือเรียกได้ว่าเป็น “การลงทุนในสุขภาพ”ที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ที่หากเราสามารถบริหารจัดการได้อย่างลงตัวแล้วจะช่วยให้คนที่วางแผนได้ดีลดความเสี่ยงการเงินฉุกเฉิน ได้รับโอกาสการรักษาสุขภาพ รักษาชีวิตที่ดีไว้ได้

หากรายได้มีพอแล้วอยากให้เตรียมพร้อมให้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สำคัญอย่างสุขภาพบ้าง นะครับ อย่ากลัวประกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.oic.or.th/th/consumer ครับ

—————————————————–

#OkasAgency #โอกาสเอเจนซี่ #ให้โอกาสเราสร้างโอกาสคุณ #ลงทุนแบบยืดหยุ่น #รับผลตอบแทน100% #ลงทุนคอนโด #ลงทุนปล่อยเช่า

🌐 Website : www.okasagency.com
💬 Line ID : @okasagency
✉️ Email : [email protected]
📞 Tel : 098 261 9797

Join The Discussion

Compare listings

Compare